มีเพียงสองสิ่งในกายวัตถุนี้เท่านั้นที่สามารถรับรู้ทั้งความดีและความชั่ว สิ่งหนึ่งคือวิญญาณ และอีกสิ่งหนึ่งคือพระเจ้า พระเจ้าสถิตอยู่ภายในวิญญาณด้วยความรู้อันสูงส่ง เพื่อเป็นเครื่องนำทางวิญญาณ
ฉะนั้น สิ่งไร้ชีวิตจึงไม่รู้จักวิธีที่จะสัมผัสความสุขและความทุกข์ จิตใจ ดวงตา ฯลฯ เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตเท่านั้น
เราไม่อาจกล่าวได้ว่าจิตใจเป็นสุขหรือทุกข์ เพราะเป็นเพียงเครื่องมือของจิตวิญญาณ สิ่งมีชีวิตไม่สามารถสัมผัสถึงความดีหรือความชั่วได้ เราไม่ควรกล่าวว่าดินแดงเป็นสุข เพราะดินแดงไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
เช่นนั้นเราไม่ควรพูดว่าใจเราสุขใจหรือทุกข์ใจ
มนุษย์สร้างบ้านจากดินเหนียวสีแดงเพื่ออยู่อาศัย เช่นเดียวกับบ้าน พระเจ้าได้สร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้เราในฐานะมนุษย์ที่มีร่างกายและจิตใจ ดังนั้น ร่างกายหรือสมองของเราจึงไม่ได้สัมผัสกับสิ่งใดเลย แต่เป็นเครื่องมือให้เราได้สัมผัสกับทั้งสิ่งดีและสิ่งร้าย
ฉันใดบ้านก็สร้างไว้เพื่อการดำรงชีวิตด้วยดินแดงฉันนั้น ร่างกายที่พระเจ้าสร้างขึ้นเพื่อดำรงชีวิตด้วยประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น จิตใจ ก็เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ เช่นกัน
บ้านไม่ใช่สิ่งมีชีวิต จึงไม่สามารถสัมผัสสิ่งใดได้ มีเพียงมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในบ้านเท่านั้นที่สามารถสัมผัสทั้งความสุขและความทุกข์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนมองเห็นภาพเบลอผ่านแว่นตา เมื่อดวงตาของพวกเขามองเห็นสิ่งที่เจ็บปวดผ่านแว่นตา น้ำตาที่ไหลออกมานั้น หรือแก้วที่มองไม่เห็นก็ไม่หลั่งน้ำตา
ฉะนั้นเครื่องช่วยของวิญญาณจึงไม่ประสบความสุขและความทุกข์